ผู้สนใจเข้าศึกษา แนะนำหลักสูตรบัณฑิตศึกษา

หลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา(หลักสูตรนานาชาติ)

ประธานหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา(หลักสูตรนานาชาติ)
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล
Double Degree Program
(Mahidol University - Liverpool John Moores University)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อมรพันธ์ อัจจิมาพร
Image Description
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อมรพันธ์ อัจจิมาพร
"ผลิตนักวิชาการวิทยาศาสตร์การกีฬา นักวิจัยที่มีมาตรฐานทางวิชาชีพ เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับชาติและนานาชาติ มีความสามารถประยุกต์วิทยาศาสตร์เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสุขภาพการกีฬาและการออกกำลังกาย พร้อมมีความเป็นผู้นำ สร้างองค์ความรู้ สร้างความก้าวหน้าทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาสู่ระดับสากล"

ความเป็นมาความสำคัญของหลักสูตร

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา (หลักสูตรนานาชาติ) เริ่มเปิดการเรียนการสอน เมื่อปี พ.ศ. 2555 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทางด้านพัฒนานักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เป็นระดับสากล เพื่องานวิจัย หรือออกไปเป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีคุณภาพ ซึ่งในปัจจุบันยังขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่ และตลาดแรงงาน ยังต้องการบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ. 2556 หลักสูตรฯ มีการปรับปรุง โดยมีความร่วมมือกับ Liverpool John Moores University (LJMU) ประเทศอังกฤษ ในการจัดทำหลักสูตร ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษา จะได้รับ 2 ปริญญา (Double Degree Program) Liverpool John Moores University ถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ของประเทศอังกฤษ และเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่ได้รับการยอมรับด้าน SPORTS SCIENCE เนื่องจาก มีการเรียนการสอน ได้การรับรองมาตรฐานระดับสากล Liverpool John Moores University ได้เล็งเห็นศักยภาพและความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล อีกทั้งต้องการขยายความร่วมมือ ด้าน SPORTS SCIENCE ผลิตนักวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง ที่มีมาตรฐานระดับสากล เทียบเท่านานาชาติ โดยนักศึกษาในหลักสูตรจะต้องศึกษาที่ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นระยะเวลา 18 เดือน และเรียนที่ LJMU อีก 18 เดือน ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะได้รับปริญญา 2 ใบ จากสองสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ ผู้เรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการศึกษา วิชาการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้ใช้เครื่องมือที่เป็นสากลและทันสมัย และมี Professor เฉพาะทาง

จุดเด่นของหลักสูตร

หลักสูตรฯ มีรายวิชา เน้นการพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ครอบคุลม 5 สาขาหลัก ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เกิดการบูรณาการทางด้านการวิจัย เพื่อตอบโจทย์ ปัญหาทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา หลักสูตรฯ สามารถผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการ และการวิจัยที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ อีกทั้งวิทยาลัยฯ มีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เช่น Liverpool John Moores University ประเทศอังกฤษ ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ชีวกลศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัย Stanford ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้านสมดุลอุณหภูมิภายใน นักมวยไทย มหาวิทยาลัย Mutah ประเทศจอร์แดน ด้านการตรวจสอบความตรงของแบบประเมินระดับความรู้สึกเหนื่อย (OMNI scales) ขณะออกกำลังกายฉบับภาษาไทย ฯลฯ เกิดผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติจาก ผลงานวิจัยเหล่านี้ จึงทำให้วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่รู้จัก เป็นผู้นำในการพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับชาติ และนานาชาติ นอกจากนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัย ฯ จะเป็นที่ต้องการของสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริการ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและความเป็นเลิศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข การกีฬาแห่งประเทศไทย ฯลฯ

ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

นอกจาก ความร่วมมือกับ Liverpool John Moores University แล้ว วิทยาลัยฯ ได้ส่งนักศึกษาไปทำวิจัยที่ National University of Singapore นักศึกษาได้ไปใช้เครื่องมือและไปทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยนี้ มีความสัมพันธ์ระดับโคแล็ป มี Advisor ระดับ Professor และที่ University of Taipei วิทยาลัยฯ ได้ส่งนักศึกษาไปศึกษาดูงาน พร้อมนี้ University of Taipei ได้ส่งนักศึกษามาเรียน ศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่วิทยาลัยฯ ถือเป็นความร่วมมือการทำวิจัยและศึกษาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้ส่งนักศึกษาไปทำวิจัย ระยะสั้น ที่ประเทศสิงคโปร์

รูปแบบการเรียนการสอน

หลักสูตรฯ มีการเรียนการสอน 2 แบบ คือแบบ ก และแบบ ข แบบ ก คือทำวิจัยอย่างเดียว ซึ่งนักศึกษาที่เข้ามาแบบ ก จะต้องมี GPA ระดับปริญญาโท 3.5 และมีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ระดับชาติ จำนวน 3 เรื่อง หรือระดับนานาชาติจำนวน 1 เรื่อง ส่วนแบบ ข คือ เรียน Coursework จำนวน ๑๒ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งหากต้องการเข้าศึกษา Double Degree นักศึกษาจะต้องมีคะแนน TOEFL ที่ 6.5 คะแนนขึ้นไป นักศึกษาที่ทำวิจัยอย่างเดียวจะไม่มีวิชาบังคับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ Advisor ซึ่งสามารถลงวิชาเลือกได้ตามเห็นสมควรที่จะนำมาช่วยในการทำวิจัยให้เข้าใจมากขึ้น ส่วนนักศึกษาที่ต้องลงรายวิชา จะเน้น Advanced ด้าน สาขาที่เฉพาะของ Sports Science ซึ่งจะเป็นรายวิชาระดับขั้นสูง เป็นวิชาบังคับให้ลงก่อนไปทำวิจัย

เนื่องจากของหลักสูตรฯ แบ่งป็น 5 แขนง อาจารย์แต่ละท่าน จะเจาะลึกไปในแต่ละแขนง ซึ่งเป็น Innovation หรืองานวิจัยที่เป็น International Publication ฉะนั้นงานวิจัย ต้องลงลึกเรื่องอะไรใหม่ๆ เช่น Mechanisms การคิดค้นโปรแกรมออกกำลังกาย หรือสร้างอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนขึ้นมา์

อาชีพที่ทำได้หลังสำเร็จการศึกษา

  • อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักวิจัย ในสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา สถาบันการพลศึกษาแห่งชาติ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในการพัฒนาทางด้านสุขภาพและความเป็นเลิศด้าน วิทยาศาสตร์การกีฬา

  • ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ฝึกสอนกีฬาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา สมาคมกีฬาต่างๆ โรงพยาบาล สถานประกอบการเอกชน

ทุนการศึกษา หรือสวัสดิการสำหรับนักศึกษาหรือผู้สนใจ

หลักสูตรฯ สนับสนุนทุนการศึกษา เช่น ทุนเฉลิมพระเกียรติ 60 ครองราชสมบัติ ทุนจากบัณฑิตวิทยาลัย นอกจากนั้น จะมีอาจารย์ที่รับ ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ซึ่งถ้านักศึกษาตรงตามคุณสมบัติผ่านการคัดเลือก จะสามารถรับทุนกาญจนาภิเษกได้จากอาจารย์

คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาศึกษา

ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา แบบ 1

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50

  • มีผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ที่ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ในวารสารที่เป็นที่เชื่อถือในระดับชาติอย่างน้อย 3 เรื่องหรือ นานาชาติ อย่างน้อย 1 เรื่อง

  • ผู้ที่มีคุณสมบัตินอกเหนือจากเกณฑ์ข้างต้น อาจได้รับการพิจารณาให้สมัครเข้ารับการคัดเลือก เข้าศึกษา ตามดุลยพินิจของประธานหลักสูตรและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา แบบ 2

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50

  • ผู้ที่มีคุณสมบัตินอกเหนือจากเกณฑ์ข้างต้น อาจได้รับการพิจารณาให้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าศึกษา ตามดุลยพินิจของประธานหลักสูตรและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

สำหรับนักศึกษาที่เลือกที่จะได้รับสองปริญญา

  • เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50

  • มีผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่เป็นที่เชื่อถือในระดับชาติอย่างน้อย 3 เรื่องหรือ นานาชาติ อย่างน้อย 1 เรื่อง หรือเป็นผู้ผ่านการศึกษารายวิชาในแผนการศึกษาแบบ 2 แล้ว

  • มีความรู้ภาษาอังกฤษตามที่ระบุไว้ในข้อตกลง โดยจะต้องมีคะแนน TOEFL ที่ 6.5 คะแนนขึ้นไป

  • ผู้ที่มีคุณสมบัติอื่นๆ นอกเหนือจากเกณฑ์ข้างต้น ต้องได้รับการพิจารณาตามดุลยพินิจของประธานหลักสูตร และคณบดีบัณฑิตวิทยา

เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าศึกษา

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ในระดับปริญญาเอก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการทำวิจัย หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาขาต่างๆ ของวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่น สรีรการออกกำลังกาย ชีวกลศาสตร์ ผู้ฝึกสอนการกีฬา โภชนาการการกีฬา เวชศาสตร์การกีฬา จิตวิทยาการกีฬา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website ของวิทยาลัยฯ หรือ Website ของทางบัณฑิตวิทยาลัย โทรมาสอบถามได้ที่เบอร์โทรของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬาการกีฬา หรือ e–mail โดยตรงมาที่อาจารย์ ซึ่งหลักสูตรมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ข้อมูลและตอบทุกข้อสงสัยค่ะ

ผู้สนใจเข้าศึกษา สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่

หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

งานวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ และงานรับนักศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ : 02 441 4125 ต่อ 131-132
โทรศัพท์ : 02 441 4125 ต่อ 112-115
อีเมล : panisara.roi@mahidol.ac.th